รถแทรกเตอร์ พาหนะคู่ชีพของเกษตรกรไทย

Posted on Updated on

รถแทรกเตอร์

ในแต่ละปีผลผลิตการส่งออกสินค้าที่เป็นสินค้าเกษตรของไทยนับว่ามียอดจำหน่ายสูง ติดอันดับ 1 ใน 5 ของสินค้าที่ประเทศไทยส่งออกเลยก็ว่าได้ เพราะประเทศของเรามีพื้นที่ราบลุ่มและผืนดินที่อุดุมสมบูรณ์ จึงไม่แปลกที่ผลผลิตทางการเกษตรจะมีสายพันธุ์ที่หลากหลายและมีจำนวนมาก

แต่เมื่อมองไปยังต้นสายปลายเหตุของการผลิตพืชและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรหลายชนิดต่างพบว่า ขั้นตอนในการผลิตยังมีขั้นตอนที่หลากหลาย และยุ่งยาก ส่งผลให้ไม่สามารถเพิ่มยอดขาย หรือกระตุ้นยอดจำหน่ายให้สูงขึ้นไปจากเดิมได้มากนัก ขณะเดียวกันปัจจัยหลักอย่างรถแทรกเตอร์ ที่ถูกนำมาเป็นตัวกลางในการสร้างพื้นที่ในการปลูกพืชผลทางการเกษตรก็สำคัญ

รถแทรกเตอร์ที่ดีควรมีลักษณะพื้นฐานดังต่อไปนี้ ?

1. ระบบเครื่องยนต์ควรมีรอบต่ำ ซึ่งขณะเดียวกันนั้นเองก็ควรมีแรงบิดสูง เพื่อปรับสมดุลให้ทั้งสองอย่างสามารถทำงานควบคู่กันไปได้ด้วยดี ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจเพราะต้องการสร้างให้เกิดแรงฉุดลากเพื่อใช้ประโยชน์จากรถแทรกเตอร์ให้ได้มากที่สุด

2. รถแทรกเตอร์ขนาดมาตรฐานที่เป็นตามหลักสากล ล้อหลังจะใหญ่ และมีขนาดหน้ากว้าง เพื่อช่วยรองรับน้ำหนักที่มักเกิดขึ้นในขณะทำงานในหลายรูปแบบเสมอ ไม่ว่าจะเป็นงานหนักหรืองานเบา นอกจากนั้นยังช่วยทำให้เกิดแรงเสียดทานเพิ่มขึ้นอักด้วย

3. ขนาดของตัวถังรถแทรกเตอร์สูง เพื่อให้เกิดการวิ่งเข้าไปทำงานระหว่างช่วงแถวของพืช หรือคันดิน ให้เกิดคุณภาพในการไถมากที่สุด

4. รถแทรกเตอร์ที่พร้อมต่อการทำงานควรมีอุปกรณ์ที่ช่วยให้ความปลอดภัย อาทิ สภาพกระจกควรกว้างสามารถมองเห็นได้รอบด้าน ครบทุกมุมเพื่อช่วยเพิ่มความระมัดระวัง ส่วนของเบาะนั่งต้องนั่งสบายไม่ทำให้ผู้ขับขี่หรือสีกเหนื่อยล้า สามารถลุกเข้าออกได้สะดวก และรวดเร็วในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย หรืออุบัติเหตุแบบเฉียบพลัน

การใช้รถแทรกเตอร์ให้เต็มสมรรถนะอาจไม่ได้อยู่ที่ระบบของรถเพียงอย่างเดียว เพราะส่วนหนึ่งของการใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพต้องมาจากผู้ควบคุมรถแทรกเตอร์อีกด้วย

เยี่ยมชมเว็บไซต์รถแทรกเตอร์คูโบต้ามือสองที่นี่
www.mascus.co.th

รถแทรกเตอร์คูโบต้า รถแทรกเตอร์ที่คนไทยนิยม

Posted on Updated on

รถแทรกเตอร์คูโบต้า
รถแทรกเตอร์คูโบต้า

ในปัจจุบันมีการใช้เครื่องจักรกลมาเป็นเครื่องทุนแรงในการทำงานที่ใช้แรงงานคน ทั้งในภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม แต่ถ้าหากพูดถึงรถแทรกเตอร์แล้ว เราก็คงนึกถึงในภาคของเกษตรกรรมมากกว่าครับ เพราะรถแทรกเตอร์ถือเป็นหัวใจหลักของพี่น้องชาวเกษตรกรรมเลยก็ว่าได้ครับและส่วนใหญ่ก็นิยมของคูโบต้าครับ  ไม่ว่าจะเป็น การทำนา ทำสวน หรือทำไร แล้วมีเจ้ารถแทรกเตอร์เข้าไปมีส่วนร่วมเสียทุกงานครับ ซึ่ง รถแทรกเตอร์ที่ใช้ในการเกษตรมีรูปร่างหลายแบบ แต่ส่วนใหญ่จะประกอบด้วยเครื่องยนต์ต้นกำลัง อุปกรณ์พ่วงลากและขับหมุนเครื่องมือทุ่นแรง โดยทั่วไป รถแทรกเตอร์มีลักษณะดังต่อไปนี้ครับ เครื่องยนต์ที่ใช้มีรอบต่ำแต่มีแรงบิดสูง ทั้งนี้เพราะต้องการให้เกิดแรงฉุดลากที่มีประสิทธิภาพในการทำงาน ล้อหลังใหญ่และหน้ากว้าง เพื่อรับน้ำหนักที่เกิดขึ้นในขณะทำงาน นอกจากนั้นยังทำให้ แรงเสียดทานเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลให้แรงฉุดลากเพิ่มขึ้นด้วยตัวถังรถสูง เพื่อให้วิ่งเข้าไปทำงานระหว่างแถวพืชและคันดิน หรือร่องคูได้สะดวก  มีอุปกรณ์ที่ให้ความปลอดภัย เช่น กระจกกว้างมองเห็นได้รอบด้าน เบาะนั่งสบาย ลุกออกสะดวกและรวดเร็วในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ

โครงหลังคาแข็งแรง และรถแทรกเตอร์ก็สามารถแบ่งได้ดังนี้ครับโดยแบ่งตามลักษณะของเครื่องยนต์คือ รถแทรกเตอร์ขับเคลื่อน 2ล้อและ รถแทรกเตอร์ขับเคลื่อน 4ล้อ ซึ่งรถแทรกเตอร์แบบขับเคลื่อน 2ล้อ จะถูกส่งกำลังขับจากเครื่องยนต์มาที่ 2ล้อหลัง และรถแทรกเตอร์แบบขับเคลื่อน 4ล้อ เครื่องยนต์ต้นกำลังจะขับกำลังไปที่ล้อทั้ง 4 นั่นเอง ในส่วนของรถแทรกเตอร์ขับเคลื่อน 2ล้อ ได้ถูกออกแบบและพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนสามารถใช้งานในไร่ นาต่างๆของเกษตรกรย่างแพร่หลายจนในปัจจุบันนี้ รถแทรกเตอร์แบบขับเคลื่อน 2ล้อสามารแบ่งได้เป็น 4ประเภทคือ แบบ Standard Tread, Row Crop, High Clearance และแบบ Low Profile ซึ่งแต่ละแบบนั้นมีความสามารถและลักษณะโดดเด่นที่แตกต่างกัน เพื่อใช้ในพื้นที่เกษตรต่างๆ รถแทรกเตอร์แบขับเคลื่อน 4ล้อ นั่นขับเคลื่อนจากเครื่องยนต์ดีเซลล์ต้นกำลังมาที่ 4ล้อ เหมาะสมพื้นที่กี่เกษตรที่อ่อนนุ่ม หรือมีเลนมาก อาจจะทำให้รถติดหล่มได้ ดังนั้นการเลือกรถแทรกเตอร์แบบขับเคลื่อน 4ล้อนี้ สามารถช่วยให้เข้าถึง และขับเคลื่อนทำงานไปยังพื้นที่เปียกชุ่ม หรือพื้นที่ที่มีวัชพืชมากทำให้การขับเคลื่อนรถแทรกเตอร์แบบ 2ล้อนั้นเข้าไปได้ยาก แบ่งได้เป็น 2แบบ คือ แบบ Front Wheel Auxiliary Drive คือสามารถปรับแต่งหรือเพิ่มส่วนให้ล้อหน้าสามารถขับเคลื่อนได้เหมือนล้อหลัง แต่ล้อหน้ายังคงเล็กกว่าล้อหลัง และแบบ True 4Wheel drive คือรถแทรกเตอร์ขับเคลื่อน 4ล้อแบบไม่ต้องปรับแต่งใดๆ

เครื่องยนต์จะส่งกำลังไปที่ล้อทั้ง 4 ข้อสังเกตก็คือล้อทั้ง 4 จะมีขนาดเท่านั้นทั้งล้อนห้า และล้อหลัง  และหากพูดถึงประโยชน์ของรถแทรกเตอร์แล้วละก็มีมากมายเลยทีเดียว อย่างเช่น สามารถเพิ่มผลผลิตต่อหน่วยพื้นที่ และต่อแรงงาน คือการนำเอาวิธีการต่าง ๆ มาใช้ในการปฏิบัติงาน เช่น การปรับปรุงดิน การใช้พันธุ์ที่ได้ผลผลิตสูง การดูแลรักษา ตลอดจนการเก็บเกี่ยวโดยใช้แรงงานน้อยลงและได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น ลดต้นทุนการผลิต ลดเวลาในการปฏิบัติงาน คือ เมื่อมีการนำรถแทรกเตอร์และเครื่องทุ่นแรงทางการเกษตรมาใช้สามารถทำงานได้ในปริมาณมาก และเสร็จเร็วทันฤดูกาล  ซึ่งถ้าหากพูดถึงรถแทรกเตอร์ยอดนิยมส่วนใหญ่ก็คงหนีไม่พ้นคูโบต้าครับ เพราะมีความทนทาน และการใช้งานที่ไม่ยากนักถูกใจผู้ใช้เป็นอย่างมากและหาอะไหล่ได้ทั่วไปครับมีทั้งมือหนึ่งและมือสองให้เลือกกันตามความสะดวกและเหมาะสมครับ

ดูรายละเอียดรถแทรกเตอร์คูโบต้าเพิ่มเติมที่นี่

ประเภทและวิธีการดูแลรักษา รถแทรกเตอร์

Posted on

Garden and lawn tractor

            ในปัจจุบันรถแทรกเตอร์ได้เข้ามามีบทบาทต่อการประกอบอาชีพทางเกษตรแทนการใช้แรงงานของคนหรือสัตว์เนื่องด้วยประสิทธิภาพการทำงานของมัน ทำให้ทุ่นแรงในการทำเกษตรได้อย่างดีเยี่ยม ส่งผลให้ได้ปริมาณงานที่มากกว่า ลดต้นทุนในการผลิต ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับการลงทุน จึงนับได้ว่ารถแทรกเตอร์มีความสำคัญต่อการเกษตรอย่างมาก รถแทรกเตอร์นั้นสามารถแบ่งแยกเป็นประเภทได้ดังนี้

1.  แบ่งตามลักษณะวิธีการขับเคลื่อน มีด้วยกัน 2 ชนิด คือ

-    รถแทรกเตอร์แบบล้อยาง (Wheel Tractor) นิยมใช้งานในการเกษตร

-    รถแทรกเตอร์ล้อตีนตะขาบ (Track-laying Tractor) นิยมใช้ในงานบุกเบิกพื้นที่ใหม่ หรือใช้เตรียมพื้นที่สำหรับเพาะปลูก

2.  แบ่งตามลักษณะการใช้งาน มีด้วยกัน 5 ชนิด

-    รถแทรกเตอร์แบบมาตรฐาน (Standard tread tractor) เป็นรถแทรกเตอร์ที่ผลิตมาในช่วงแรกๆ ไม่สามารถปรับช่วงล้อได้เลย จึงเหมาะกับการใช้งานในพื้นที่ กว้างๆเท่านั้น

-    รถแทรกเตอร์ใช้งานทั่วไป (General purpose tractor) พัฒนามาจากแบบมาตรฐาน สามารถปรับเปลี่ยนช่วงล้อได้ จึงเหมาะกับการปลูกพืชเป็นแนว

-    รถแทรกเตอร์ทรงสูง (High clearance tractor) แตกต่างจากรถแทรกเตอร์ใช้งานทั่วไปตรงที่ตัวรถยกสูงขึ้นมาจากพื้นดินมากขึ้น แทรกเตอร์แบบนี้ใช้งานเฉพาะอย่าง เช่น บำรุงรักษา กำจัดวัชพืช

-    รถแทรกเตอร์ใช้ในสวนผลไม้ (Orchard or vineyard tractor) เป็นรถแทรกเตอร์ทรงเตี้ย ทำงานได้คล่องตัว นิยมใช้งานฉีดพ่นสารเคมี

-    รถแทรกเตอร์ใช้ในแปลงผัก และสนามหญ้า (Garden and lawn tractor) เป็นรถแทรกเตอร์ขนาดเล็กที่ติดตั้งเครื่องตัดหญ้าใต้ท้องรถ ใช้ติดตั้งเครื่องทุ่นแรงขนาดเล็กได้

หลังจากที่ได้รู้จักประเภทของเจ้ารถแทรกเตอร์กันแล้ว ทีนี้เรามาดูวิธีการดูแลรักษามันซะหน่อย ซึ่งการที่เรารู้หลักการทำความสะอาดและดูแลรักษาที่ถูกต้องจะช่วยให้เราเซฟค่าใช้จ่ายและเพิ่มอายุการใช้งานให้รถของเรามากพอดูเลยละครับ

-    ก่อนเริ่มใช้งาน สิ่งที่ต้องทำคือการตรวจเช็คสภาพโดยรวมทั่วไปของรถให้มีสภาพพร้อมใช้งาน หรือดูสิ่งผิดปกติ เช่น ปริมาณน้ำมัน น้ำในหม้อน้ำ แรงดันลมยาง

-    ช่วงเวลาที่ใช้งาน การใช้งานหนักจนเกินไปจะทำให้เครื่องยนต์ระบายความร้อนไม่ทัน ควรทิ้งช่วงการทำงานให้เครื่องยนต์ได้พัก ระหว่างนั้นควรเช็ครถอีกครั้งหนึ่ง หากเกิดอาการผิดปกติจะได้แก้ไขได้ทัน

-    หลังจากเสร็จการใช้งาน ขั้นตอนแรกควรทำความสะอาดตัวรถ ล้างเศษดิน โคลนที่ติดมากับตัวรถ เติมน้ำมัน เช็คเครื่องยนต์ให้พร้อมต่อการใช้งานในวันถัดไป

เห็นไหมครับแนวทางวิธีการบำรุงรักษารถแทรกเตอร์  แทบจะไม่ต่างกับรถยนต์ที่เราใช้อยู่เลย ดังนั้นควรตรวจเช็คบ่อยๆเพื่อลดการเสียต่อการชำรุดเสียหาย เท่านี้รถแทรกเตอร์ของเราก็จะคงความใหม่อยู่เสมอจริงไหมครับ  :D

ทำไมรถแทรกเตอร์ยี่ห้อดังจึงได้รับความนิยม

Posted on Updated on

รถแทรกเตอร์มือสอง
รถแทรกเตอร์มือสอง

ว่าก็ว่าเถอะครับสำหรับเกษตรกรที่ต้องการซื้อรถแทรกเตอร์สำหรับใช้งานในนาในไร่ของท่าน ซึ่งมีประโยชน์หลายๆอย่างครับ สามารถไถพรวนดิน ปรับดิน หรือต่อเทรลเลอร์เข้าไปก็สามารถขนของในไร่นาได้แล้ว ดังนั้นด้วยความสะดวกสบายแบบนี้ สามารทุ่นแรงและค่าใช้จ่ายในการปรับหน้าดินได้มาก หากจะไปจ้างคนอื่นมาไถ หรือปรับหน้าดินให้เราก็เกรงว่าจะราคาแพงและไม่ได้คุณภาพงานตามที่เราต้องการ จะต้องเฝ้าตลอดเวลาเพื่อที่จะได้งานที่ดี เสียเวลาไม่ต้องทำอะไรแล้วครับ ต้องมายืนเฝ้ารถแทรกเตอร์ทำงาน ดังนั้นการซื้อรถแทรกเตอร์มาเป็นของตัวเองจึงถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจและสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้ด้วย

เซียนรถแทรกเตอร์หรือรถไถนาหลายคนฟันธงฉับ..ลงมาเลยว่าไม่ว่าจะซื้อรถแทรกเตอร์มือใหม่ หรือมือสองก็ตาม ให้เลือกซื้อยี่ห้อที่เขานิยมใช้งานกันทั่วไปนั่นแหละดีครับ เห็นวิ่งอยู่ตามไร่ตามนาของเพื่อนเกษตรกรท่านอื่นนั่นแหละดีครับ โดยสาธยายเหตุผลหลายๆข้อออกมาแล้วน่าสนใจทีเดียวครับ ไม่ว่ารถเล็กรถใหญ่ หรือรถประเภทไหน หากมีคนอื่นใช้งานอยู่แสดงได้ว่ารถรถแทรกเตอร์ยี่ห้อนั้นๆมีคุณภาพพอสมควร ไม่งั้นเขาคงไม่ซื้อมาใช้กันหรอกนะ  นอกจากนั้นรถแทรกเตอร์ที่มียี่ห้อนั้นซ่อมแซมได้ง่าย ช่างในท้องถิ่นของคุณสามารถซ่อมมันได้เลย หรือหากต้องซื้ออะไหล่มาเปลี่ยนก็ไม่ต้องเดินทางไปซื้อไกล หรือต้องรอสั่งของจากในกรุงเทพฯ หรือบางครั้งต้องรออะไหล่จากต่างประเทศก็มี แบบนี้มันเสียเวลาทำมาหากินของเราชัดๆ หากรถแทรกเตอร์ยี่ห้อนั้นมีศูนย์บริการอยู่ในอำเภอของท่าน หรือไม่ไกลจากไร่นาของคุณมากนัก เซียนบอกว่าให้ซื้อเลยครับ มีปัญหาอะไรสามารถไปขอรับคำปรึกษาได้ง่ายๆเลย และไม่ต้องกังวลเรื่องอะไหล่ที่ที่หาซื้อยากอีกต่อไปครับ เพราะอย่างที่รู้ว่ารถแทรกเตอร์นั้นใช้งานหนักมาก อะไหล่และชิ้นส่วนต่างจึงเป็นที่ต้องการอย่างมากสำหรับเจ้าของรถแทรกเตอร์

สรุปหลักใหญ่ใจความของยี่ห้อยอดนิยม นอกจากสามารถหาอะไหล่ และศูนย์บริการที่ใกล้บ้านและราคาไม่แพงแล้ว เรื่องอื่นๆก็ต้องคำนึงถึงในการเลือกซื้อด้วยเช่นกัน ไม่ใช่ขอเป็นยี่ห้อนี้ก็ซื้อเลย อย่างนั้นไม่ถูกต้องครับ จะต้องดูด้วยว่ารถแทรกเตอร์ที่เราจะซื้อมานั้นตอบสนองความต้องการของเราได้หรือไม่ ใช้งานหนักมากไหม ต้องมีกี่แรงจึงจะเพียงพอสำหรับการใช้งานบางประเภทที่ต้องการแรงม้าที่มากขึ้น อย่างเช่น ซื้อรถแทรกเตอร์มาเพื่อการปราบดินและปรับหน้าดินโดยเฉพาะ ไม่ใช้งานด้านอื่นเลยก็ต้องเลือกรุ่นที่แรงม้ามากขึ้นหน่อยครับ หรือหากเลือกมาสำหรับไถพรวนอย่างเดียว อาจจะมีการนำไปปรับดินบ้างในบางครั้งก็เลือกแบบพอดี ซึ่งเรื่องแบบนี้บริษัทฯที่ขายรถรถแทรกเตอร์สามารถให้คำแนะนำคุณได้อย่างแม่นยำอยู่แล้วครับ ไม่ต้องห่วง

เลือกดู รถแทรกเตอร์  John Deere  คลิก

รถแทรกเตอร์มือสอง ความเสี่ยงที่คุ้มหรือไม่

Posted on Updated on

รถแทรกเตอร์มือสอง
รถแทรกเตอร์มือสอง

สำหรับเกษตรที่ต้องการซื้อรถแทรกเตอร์มาเพื่อช่วยทุนแรงในการไถนา หรือกิจกรรมอื่นๆ การจะหาซื้อรถแทรกเตอร์คันใหม่มาเป็นเจ้าของนั้นก็เป็นตัวเลือกที่ดี แต่เรื่องของราคาค่างวดที่แพงเกินว่าที่ทุนทรัพย์ของท่านจะมีพอนั้นทำให้การซื้อรถแทรกเตอร์มือสอง น่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน แต่การจะได้รถแทรกเตอร์มือ 2 สภาพดีนั้น ค่อนข้างหายากและต้องมีความรู้เรื่องเครื่องยนต์ กลไกต่างๆ พอสมควร อาจจะไม่สามารถมองได้ด้วยตาเปล่า หรือฟังเสียงได้ ดังนั้นมาลองดูข้อควรระวังในการซื้อรถแทรกเตอร์มือ 2 ให้ได้รถที่ดี และคุ้มค่า

  • ซื้อไปทำอะไร เป็นเรื่องพื้นฐานที่คุณจะต้องรู้ให้ได้ว่าคุณจะซื้อรถแทรกเตอร์ไปทำอะไรบ้าง ในสวน ในนา หรือในไร่ ใช้ในงานด้านอื่นด้วยไหม ใช้งานด้านไหนมากที่สุด เช่น ใช้แค่ไถนา พรวนดิน แค่นั้น ก็ไม่ต้องใช้เครื่องที่มีแรงม้ามาก เอาแค่ 20-30แรง ก็น่าจะได้อยู่ เป็นต้น หรือรถแบบไหนที่ตอบสนองความต้องการของคุณได้ และราคาขายมือสองอยู่ที่เท่าไหร่ ผมแนะนำไปเปรียบราคาตามเว็บไซต์ขายรถแทรกเตอร์มือ 2 เยอะแยะครับ ลองเปรียบราคาดูก่อน ตามสภาพ
  • ราคากับสภาพรถ แน่นอนว่าคุณจะต้องไปดูรถคันนั้นที่คุณหมายตาเอาไว้จากการหาดูจากเว็บไซต์ หรือละแวกใกล้บ้าน ลองมองดูคร่าวซิว่า ราคาเท่านี้ กับสภาพรถที่เห็นนั้นสมควรกับราคาไหม แพงไปหรือเปล่า จากนั้นค่อยลงรายละเอียดกับเรื่องอื่นๆต่อไป เช่น สร้างโครงสร้างรถ ตัวถัง ระบบเครื่องยนต์ ฯลฯ
  • ตรวจประวัติรถ รถแทรกเตอร์มือ 2 หากมีประวัติเคยประสบอุบัติเหตุหรือชนมานั้น โครงสร้างหลักของรถอาจจะได้รับกระทบกระเทือนอยู่แล้ว ดังนั้นจะต้องถามดูว่ามีประวัติเคยชนมาไหม และตรวจเช็คสภาพโครงสร้างหลักของรถคันนั้นอย่างละเอียด
  • อะไหล่หาง่าย เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญไม่น้อยสำหรับคนที่ซื้อรถมือ 2 ต้องหาอะไหล่ได้ง่าย สามารถหาภายในจังหวัด หรือไม่ต้องรอสั่งอะไหล่จากต่างประเทศ หากเกิดรถแทรกเตอร์มือ 2ของคุณเสีย ที่แนะนำก็ให้เลือกรุ่น หรือยี่ห้อยอดนิยมจะดีกว่า เพราะสามารถหาอะไหล่ได้ง่าย และหาร้านที่ซ่อมได้ง่ายอีกด้วย
  • ลองขับ อยากได้รถสภาพดีก็ต้องลองขับเลยครับ เจ้าของคนขายน่าจะอนุญาตอยู่แล้ว เป็นไปได้นอกจากลองขับแล้ว หากเจ้าของอนุญาตให้คุณลองขับลงไปในแปลง ขับไถดูซักยก ก็ยิ่งดีครับ จะได้รู้ว่าสามารถใช้งานได้จริงๆ ไม่ได้แค่ดูดีที่สภาพภายนอกอย่างเดียว

และอย่าลืมเรื่องค่าซ่อมบำรุงที่คุณจะต้องมีสำรอง หรือเตรียมเอาไว้ให้พอ เพราะยังไงๆรถแทรกเตอร์มือ 2 ก็ผ่านการใช้งานมาอย่างหนักก่อนที่ถูกขายต่ออยู่แล้ว ดังนั้นเครื่องยนต์หรือชิ้นส่วนต่างๆย่อมผุพังไปตามกาลเวลา การที่ต้องซ่อมหรือเปลี่ยนอะไหล่นั้นจำเป็นต้องทำ ไม่งั้นรถแทรกเตอร์ของคุณก็ไม่สามารถใช้งานได้คุ้มเงินที่คุณได้จ่ายไปแล้ว ดังนั้นควรไตร่ตรองให้นานพอ ดูให้ดี ก่อนจ่ายเงินซื้อ

การบำรุงรักษารถแทรกเตอร์

Posted on Updated on

รถแทรกเตอร์
รถแทรกเตอร์

รถแทรกเตอร์คือรถใช้งานอย่างหนักหน่วงในการเกษตร หรือหากใช้ในภาคอื่นๆก็ยังถือว่าถูกใช้งานหนักเช่นกัน ดังนั้นเพื่อให้อายุการใช้งานที่ยาวนานมากขึ้น เกษตรกรจะต้องบำรุงรักษา เปลี่ยนอะไหล่ หรือตรวจเช็คอุปกรณ์ เครื่องยนต์และส่วนควบอื่นๆตามระยะที่กำหนด ซึ่งเกษตรกรที่มีรถแทรกเตอร์จำเป็นต้องมีความรู้และสามารถทำได้ ไม่มากก็น้อย เพราะจะได้ประหยัดค่าใช้จ่ายในเรื่องค่าบำรุงรักษา ให้เสียเงินซื้อเฉพาะอะไหล่หรือส่วนต่างๆที่ต้องเปลี่ยน ซึ่งแน่นอนว่าในคู่มือการใช้งานรถแทรกเตอร์มีบอกวิธีการและระยะเวลาที่ต้องเปลี่ยนอยู่แล้วครับ แต่วันนี้มาลองทบทวนกันอีกครั้งกันลืมครับ

การตรวจเช็คและการบำรุงรักษารถแทรกเตอร์นั้นมีสิ่งที่ต้องทำทุกๆระยะที่กำหนดดังต่อไปนี้

  1. ก่อนเริ่มใช้งาน สำหรับการตรวจเช็คก่อนเริ่มใช้งานก็คือสภาพโดยทั่วไปของตัวเครื่อง ว่ามีอะไรผิดปกติดีหรือเปล่า ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันเครื่อง น้ำในหม้อน้ำ แรงดันลมยางล้อรถ ใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง ก็สามารถตรวจเช็คตามรายการได้ครบถ้วนแล้ว เสียเวลานิดเดียว
  2. ในระหว่างใช้งาน ควรให้เครื่องยนต์ได้พักบ้าง เพื่อตรวจสภาพเครื่องยนต์ หรือปริมาณน้ำเชื้อเพลิง หรืออาการผิดปกติของรถแทรกเตอร์ จะได้แก้ไข ซ่อมแซมได้ทันท่วงที อย่าทิ้งให้ชิ้นส่วนต่างๆนั้นเสีย หรือชำรุดขณะที่กำลังใช้งานอยู่ อาจจะทำให้เกิดอันตรายได้
  3. หลังจากเลิกใช้งาน ควรทำความสะอาดสิ่งสกปรกออกจากรถแทรกเตอร์ อาจจะแค่ล้างเศษดิน โคลนที่ติดมากับชิ้นส่วนรถ เติมน้ำมันเชื้อเพลิง เติมน้ำในหม้อน้ำ เช็คระดับน้ำมันเครื่อง และตรวจว่ามีชิ้นส่วนของรถแทรกเตอร์ส่วนใดส่วนหนึ่งเสียหาย หลุด คด งอ หรือไม่ จะได้ซ่อมแซม ให้สามารถใช้งานได้ดีดังเดิม พรุ่งนี้เช้าก็สามารถใช้ได้เลย

การเช็คหรือเปลี่ยนอะไหล่ตามระยะเวลาที่กำหนด มีแนวทางดังนี้

  1. ทุก 2 สัปดาห์ ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง และกรองน้ำมันเครื่องใหม่
  2. ทุกๆ เดือน ปรับตั้งระยะฟรีของแป้นเหยียบคลัชและเบรก ตั้งความตึงของสายพาน
  3. ทุกๆ 2 เดือน ตรวจเช็คระบบหัวฉีดเชื้อเพลิง ไดสตาร์ท ไดชาร์ท และเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่อง

การดูแลต่างๆ ตามระยะนี้เป็นแนวทางสำหรับท่านที่จะต้องใช้รถแทรกเตอร์อยู่เป็นประจำจะต้องตรวจเช็คอยู่เสมอๆ และสามารถศึกษาเพิ่มเติมให้ละเอียดมากขึ้นในคู่มือการใช้รถแทรกเตอร์ของท่าน และนั่นก็เป็นแนวทางในการบำรุงรักษารถแทรกเตอร์ให้สามารถใช้งานได้ดีและนานขึ้น อย่ารอให้เกิดอาหารชำรุด เสียหายแล้วค่อยมาใส่ใจดูแล ถึงตอนนั้นคุณอาจจะต้องเสียเงินมากกว่าเดิมที่แค่เปลี่ยนอะไหล่เล็กน้อยตามระยะเท่านั้น และเกษตรกรที่ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องเครื่องยนต์กลไกเลย สามารถเริ่มศึกษาจากเรื่องง่ายไปก่อน และหากต้องเปลี่ยนอะไหล่ที่ซับซ้อนมากขึ้นสามารถเรียกใช้บริการของการบำรุงรักษารถแทรกเตอร์ที่ซื้อมา

ก่อนเลือกซื้อรถแทรกเตอร์ คิดให้ดีก่อนกับการลงทุนที่คุ้มค่า

Posted on Updated on

รถแทรกเตอร์
รถแทรกเตอร์

ก่อนเลือกซื้อรถแทรกเตอร์ คิดให้ดีก่อนกับการลงทุนที่คุ้มค่า

เกษตรกรในประเทศไทยหันมาใช้รถแทรกเตอร์กันมากขึ้น บริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายก็ตอบสนองตลาดเครื่องกลเกษตรแบบนี้ ด้วยการผลิตรถแทรกเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงมากมายให้ได้เลือกกันเยอะแยะไปหมด และราคาของรถแทรกเตอร์ก็ไม่ใช่น้อยๆเลย คันหนึ่งๆหลายแสนบาท บางคันรวมราคารถและอุปกรณ์ต่อพ่วงที่จำเป็นและอื่นๆแล้ว ราคาเกือบ 1ล้านเลยทีเดียว ราคาแพงแบบนี้ต้องเลือกให้ดีก่อนนะครับดูว่าซื้อมาแล้วคุ้มค่าหรือไม่ ใช้เวลาในการคืนทุนนานเท่าไหร่ และอย่าลืมเรื่องค่าเสื่อมราคาที่ลดลงไปอย่างมาก เพียงแค่คุณซื้อมาไม่กี่เดือนเท่านั้น เพราะรถแทรกเตอร์นั้นโดนใช้งานอย่างหนัก และอย่าลืมนึกถึงค่าบำรุงรักษาที่ต้องทำเป็นประจำ และค่าซ่อมเครื่องยนต์หากเกิดการชำรุดเสียหาย ระหว่างที่ใช้งานด้วย รวมๆแล้วการจะมีรถแทรกเตอร์ซักคันหนึ่งนั้นมีต้นทุนคร่าวแล้วว่า ไม่ต่ำกว่า 1ล้านเลยทีเดียว ดังนั้นก่อนที่คุณจะซื้อรถแทรกเตอร์ซักคนหนึ่ง ควรคำนึงถุงเรื่องดังต่อไปนี้ด้วยนะครับ

  1. ซื้อมาเพื่ออะไร ด้วยว่ามันสะดวก รวดเร็ว และใช้เวลาในการทำงานน้อย เช่น ไถพรวน ปรับหน้าดิน แต่ว่าคุณจะต้องรู้ว่าคุณซื้อมาเพื่อไถนาแค่ 30ไร่ แค่นั้นก็จบ เอารถแทรกเตอร์เข้าเก็บในโรงแล้ว แบนั้นมันไม่คุ้มค่า ไม่สมราคาที่ซื้อมาหลายแสน อย่างน้อยๆก็ต้องไถนาหรือสวนได้เป็นหลายร้อยไร่ อย่างนั้นถึงจะเรียกว่าคุ้มค่า
  2. ใช้เวลาในการคืนทุนนานเท่าไหร่ บางท่านไม่ได้มีไร่นาเป็นของตัวเอง แต่ก็ซื้อรถแทรกเตอร์มาเพื่อรับจ้างไถ พรวน หรือปรับหน้าดิน ของคนอื่น ก็ต้องคิดด้วยว่ามันคุ้มไหมที่จะลงทุน มีคู่แข่งที่ทำแบบคุณไหมในละแวกนั้น มีงานเยอะรึเปล่า ในปีหนึ่งๆมีงานพอที่คุณจะทำเงินได้มากน้อยแค่ไหน เป็นไปได้ควรหาลูกค้าไว้ก่อนที่จะซื้อรถแทรกเตอร์จะได้คำนวณรายรับ รายจ่ายได้ และคุณสามารถคืนทุนได้ในเวลาอันสั้น และจากนั้นสามารถทำกำไรได้นานเท่าไหร่รถแทรกเตอร์จึงเสื่อมสภาพจนไม่สามารถใช้งานได้แล้ว
  3. ค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้นทุกวันรถแทรกเตอร์เป็นเครื่องจักรกลเกษตรที่มีวันเสื่อมอายุ เครื่องจักรล้วนสร้างมาย่อมมีมันสึกหรอ หากใช้มานานและคิดจะขายต่อก็คงจะได้ราคาต่ำ ค่าเสื่อมราคานั้นเพิ่มขึ้นทุกวัน แต่ราคาขายต่อนั้นยิ่งลดลงตามอายุขัย และอย่างที่บอกครับว่ารถแทรกเตอร์ใช้งานหนัก และสมบุกสมบัน ดังนั้นยิ่งใช้งานมาก นานวัน ราคาขายต่อยิ่งต่ำ
  4. ค่าซ่อม และบำรุง คุณเป็นเกษตรกรจำเป็นจะต้องรู้เรื่องเกี่ยวกับเครื่องยนต์กลไกด้วย ไม่งั้นคุณจะต้องจ้างช่างมาซ่อมทุกครั้งที่รถแทรกเตอร์คุณเสีย ค่าใช่จ่ายเรื่องนี้ก็ตามมาไม่น้อยเช่นกัน อย่างน้อยๆคุณต้องสามารถบำรุงรักษาเบื้องต้นได้ เช่น เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง เติมน้ำกลั่น เปลี่ยนน้ำมันเกียร์ เป็นต้น

ดังนั้นคนที่ต้องการซื้อรถแทรกเตอร์ควรคิดใคร่ครวญให้ดีก่อน วางแผนให้รอบคอบนะครับ เราเป็นเกษตรกรที่ไม่ได้ร่ำรวยอะไร ดังนั้นการฉลาดเลือก และใช้งานให้คุ้มค่า จะช่วยให้เราสามารถเลี่ยงตัวได้ โดยไม่เป็นหนี้เพิ่ม